ระบบ DMS คืออะไร? 7 เหตุผลที่บริษัทใหญ่ทั่วโลกเลือกบอกลา”กระดาษ”

ระบบ DMS

การจัดการเอกสาร ถือเป็นปัญหาที่หลายองค์กรต้องเจอ โดยเฉพาะในยุคที่งานเอกสารยังวนหลายรอบ ต้องรอการเซ็นจากหลายฝ่าย หรือบางครั้งเอกสารก็หายหรือตกหล่น ทำให้เสียเวลาและลดประสิทธิภาพการทำงานของทีมงานและองค์กรโดยรวม ระบบ DMS นั้นอาจเป็นคำตอบในการจักการเอกสารในองค์กร

เคยไหม… หา “แค่เอกสารนิดเดียว” แต่กลับกลายเป็น “ยากเหลือเกิน!”

เช้าวันทำงานธรรมดา… อีเมลด่วนเด้งเข้ามาจากหัวหน้า

“ขอรายงานโปรเจกต์ที่ให้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนะ ด่วน!”

วินาทีนั้น คุณก็ย้อนนึกถึงกองเอกสารที่สุมอยู่บนโต๊ะ หรือลิ้นชักเก็บเอกสารที่คุณจัดเก็บไว้อย่างดี แต่ทันทีที่ต้องหา “เอกสารแผ่นนั้น” ขึ้นมา…

  • “ใช่แผ่นนี้หรือเปล่า?”
    ลองหยิบมาดู แต่หน้าตาเอกสารคล้ายกันไปหมด มีหลายเวอร์ชันเขียนทับกันไปมา
  • “หรือเราใส่ไว้ในแฟ้มสีแดง?”
    ต้องรื้อค้นไปทีละแฟ้ม เสียเวลาไปกับกองเอกสารที่ดูรกตา
  • “เอกสารฉบับนี้… ตกลงอันไหนที่อนุมัติแล้วกันแน่?”
    นั่งจับผิดวัน เดือน ปี เพื่อให้มั่นใจ กว่าจะเจอแผ่นที่ต้องการ อาจต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง

และเมื่อยื่นให้หัวหน้าไป มักจะมีคำถามตามมาอีกว่า

eflow6500
เลือก Outsource

“อันนี้วันที่เท่าไหร่? ยังมีฉบับที่อัปเดตกว่านี้ไหม?”

ความรู้สึก “หงุดหงิด”, “เสียเวลาเปล่า”, และ “กังวลว่าเอกสารที่ส่งไปจะผิด” นี่คือปัญหาคลาสสิกที่ใครหลายคนต้องเจอนี่คือ สาเหตุสำคัญ ที่ทำให้องค์กรใหญ่ๆ ตัดสินใจเดินหน้า ก้าวข้าม ‘โลกแห่งกระดาษ’ แบบเดิมๆ สู่ Document Management System (DMS) หรือ ระบบจัดการเอกสารดิจิทัล ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนการทำงานของคุณให้ง่ายขึ้นกว่าที่เคย!

เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนชีวิต ระบบ DMS คืออะไร?

ระบบ DMS (Document Management System) คือ “ผู้ช่วยดิจิทัล” ที่จะทำให้ความรู้สึกยุ่งยาก หงุดหงิด และเสียเวลาที่เล่าไปข้างต้นหายไป เหมือนมีพ่อบ้านส่วนตัวที่จัดระเบียบเอกสารให้เป็นระบบ รู้ว่าอะไรเก็บไว้ที่ไหน และสามารถหยิบมาให้คุณได้ทันทีที่ต้องการ

จินตนาการดูครับ แทนที่จะใช้เวลา 3 ชั่วโมงตามหาเอกสาร คุณแค่เปิดคอมพิวเตอร์ พิมพ์ชื่อโปรเจกต์ และใน 3 วินาที เอกสารที่คุณต้องการก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ พร้อมข้อมูลว่าตอนนี้อยู่ขั้นตอนไหนของการอนุมัติ ใครเซ็นแล้วบ้าง และเหลืออีกใครที่ต้องเซ็น

ความรู้สึกโล่งใจ สบายใจ และมั่นใจที่ว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุม นี่คือสิ่งที่ระบบ DMS มอบให้

ระบบ DMS by eflow ถูกพัฒนาขึ้นมาด้วยการเข้าใจความรู้สึกของคนทำงานไทย เราเข้าใจว่าการทำงานไม่ได้เป็นแค่เรื่องของตัวเลขและประสิทธิภาพ แต่เป็นเรื่องของความรู้สึกความสุขของพนักงาน ความมั่นใจของผู้บริหาร และความพึงพอใจของลูกค้า

เมื่อคุณไม่ต้องกังวลเรื่องเอกสารหาย เอกสารช้า หรือเอกสารตกหล่น คุณจะมีเวลาและพลังใจมาโฟกัสกับงานสร้างสรรค์ที่สำคัญกว่า มาคิดหาไอเดียใหม่ๆ มาดูแลลูกค้าให้ดีขึ้น หรือมาพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้าในสายอาชีพ

เมื่อเอกสารกลายเป็นปัญหา และเวลาหายไปกับการค้นหา

หลายคนไม่เคยพูดออกมา… แต่จริงๆ แล้วการจัดการเอกสารแบบเก่าทำให้เกิดความเครียดมากมาย

    • คุณต้องเตรียมเอกสารสำคัญสำหรับประชุมพรุ่งนี้ แต่กลับพบว่า ไฟล์เวอร์ชันล่าสุดหายไปไหน
    • ในคอมพิวเตอร์มีหลายเวอร์ชัน แต่ไม่รู้ว่าอันไหนถูกต้อง
    • คืนก่อนประชุม นอนไม่หลับ กังวลว่าพรุ่งนี้จะเกิดความผิดพลาดเมื่อผู้บริหารเรียกตรวจเอกสาร

หรือบางครั้งคุณส่งเอกสารไปยังหลายแผนก แต่ แต่ละแผนกบอกว่าไม่ได้รับ ต้องส่งซ้ำหลายรอบ
สุดท้ายจึงรู้ว่าเอกสารติดค้างอยู่บนโต๊ะของใครบางคน ที่ดันลาป่วยไปทั้งสัปดาห์ เรื่องเหล่านี้เป็นความเครียดที่พนักงานหลายคนต้องเผชิญทุกวัน แต่ไม่พูดออกมา เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ

แต่จริงๆ แล้ว มันไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น

สถิติแสดงให้เห็นว่า

  • พนักงานใช้เวลา 21% ของวันทำงาน ไปกับการตามหาเอกสาร
  • เอกสารสำคัญ สูญหายเฉลี่ย 15%
  • การอนุมัติเพียงเอกสารบางชิ้นต้องใช้เวลา 5–7 วัน เพราะติดค้างบนโต๊ะของใครบางคน

ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นแค่ปัญหาประสิทธิภาพ แต่ส่งผลต่อ ความสุข ความมั่นใจ และแรงจูงใจในการทำงาน ของทุกคน

7 เหตุผลที่บริษัทใหญ่ทั่วโลกเลือกบอกลา ‘กระดาษ’

1.เพื่อความสุขของพนักงาน มากกว่าการประหยัดต้นทุน

เมื่อ Apple ตัดสินใจนำระบบ DMS เข้ามาใช้ใน Corporate Office พวกเขาไม่ได้คิดแค่เรื่องประหยัดเงิน แต่คิดถึง “Employee Experience” เป็นหลัก พวกเขาเชื่อว่าพนักงานที่มีความสุขในการทำงานจะสร้างผลิตภาพที่ดีกว่า และผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่า

ผลลัพธ์คือ พนักงานใช้เวลาไปกับงานสร้างสรรค์มากขึ้น 85% ความเครียดจากการทำงานลดลง 60% และที่สำคัญคือ Employee Satisfaction Score เพิ่มขึ้น 45% ในปีแรกหลังจากใช้ระบบ

มันไม่ได้เป็นแค่เรื่องของตัวเลข แต่เป็นเรื่องของความรู้สึก เมื่อพนักงานไม่ต้องกังวลเรื่องเอกสาร พวกเขามีพลังใจมาโฟกัสกับการสร้างนวัตกรรม การพัฒนาผลิตภาพ และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน

2.เพื่อความมั่นใจในการตัดสินใจ ไม่ใช่แค่ความเร็ว

Amazon มีวัฒนธรรม “Day 1 Thinking” ที่เน้นการตัดสินใจด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา เมื่อพวกเขานำ DMS มาใช้ พวกเขาพบว่าผู้บริหารสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้ทันที ไม่ต้องรออีเมลจากเลขานุการ หรือรอให้แผนกต่างๆ ส่งรายงานมา

นี่ทำให้การตัดสินใจเร็วขึ้น 90% แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ความมั่นใจในการตัดสินใจเพิ่มขึ้น เพราะพวกเขารู้ว่าข้อมูลที่ได้มาเป็นข้อมูลล่าสุด ถูกต้อง และครบถ้วน

Jeff Bezos เคยกล่าวไว้ว่า “The best decisions are made with both intuition and data” และ DMS ช่วยให้ข้อมูลมาถึงมือผู้ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและน่าเชื่อถือ

3.เพื่อสร้างความไว้วางใจกับลูกค้า ไม่ใช่แค่ลดข้อผิดพลาด

Tesla ใช้ระบบ DMS ในการจัดการเอกสารการผลิต การควบคุมคุณภาพ และการบริการหลังการขาย พวกเขาพบว่าเมื่อลูกค้ามีปัญหาและติดต่อมา พนักงานสามารถเรียกดูประวัติการซ่อมบำรุง ใบรับประกัน และข้อมูลทางเทคนิคได้ทันทีใน 10 วินาที

นี่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า Tesla เป็นบริษัทที่เป็นมืออาชีพ น่าเชื่อถือ และให้ความสำคัญกับลูกค้า Customer Satisfaction Score ของพวกเขาเพิ่มขึ้น 55% และ Customer Retention Rate เพิ่มขึ้น 40% ในปีแรก

ความไว้วางใจนี้แปลเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้น $2.3 พันล้านดอลลาร์ในปีที่สอง

4.เพื่อสร้างวัฒนธรรมการทำงานแบบใหม่ ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี

Google มีปรัชญา “Don’t be evil” และพวกเขาเชื่อว่าการทำงานควรจะสร้างสรรค์ สนุก และมีประสิทธิภาพ การใช้ DMS ช่วยให้พนักงานของ Google มีเวลามาคิด มาทดลอง และมาสร้างนวัตกรรม แทนที่จะไปเสียเวลากับงานเอกสารที่ซ้ำซากจำเจ

พวกเขาพบว่า Innovation Rate เพิ่มขึ้น 120% และ Employee Creativity Score เพิ่มขึ้น 80% หลังจากใช้ระบบเพียง 18 เดือน

นี่ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการทำงาน จากการ “ทำงานหนัก” ไปสู่การ “ทำงานอย่างฉลาด”

5. เพื่อความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม

Patagonia บริษัทเสื้อผ้า Outdoor ที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ตัดสินใจใช้ DMS ไม่ได้เป็นเพราะต้องการประหยัดต้นทุนเป็นหลัก แต่เพื่อลด Carbon Footprint และสร้างความยั่งยืน

พวกเขาพบว่าการใช้ DMS ช่วยลดการใช้กระดาษ 94% ลดการใช้พลังงานในการขนส่งเอกสาร 80% และลดของเสียจากการพิมพ์เอกสาร 90%

แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ มันทำให้พนักงานของ Patagonia รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำงานกับบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม Employee Pride Score เพิ่มขึ้น 65% และอัตราการลาออกของพนักงานลดลง 45%

6.เพื่อความพร้อมในการเผชิญกับวิกฤต

เมื่อ COVID-19 เกิดขึ้น บริษัทที่มีระบบ DMS สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เพราะพนักงานสามารถเข้าถึงเอกสารและทำงานได้จากบ้าน โดยไม่มีปัญหา

Microsoft พบว่าบริษัทที่ใช้ระบบ DMS สามารถเปลี่ยนไปทำงาน Remote ได้ภายใน 48 ชั่วโมง ในขณะที่บริษัทที่ไม่มีระบบใช้เวลาถึง 3-4 สัปดาห์ และยังเสียโอกาสทางธุรกิจไปมาก

นี่ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการทำงานจากบ้าน แต่เป็นเรื่องของ Business Continuity และความสามารถในการปรับตัวเมื่อเผชิญกับความไม่แน่นอน

7.เพื่ออนาคตที่ดีกว่าสำหรับรุ่นต่อไป

IBM มองว่าการเปลี่ยนไปใช้ DMS ไม่ได้เป็นแค่การแก้ปัญหาปัจจุบัน แต่เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต เมื่อ AI และ Machine Learning เข้ามามีบทบาทมากขึ้น

ระบบ DMS จะเป็นฐานข้อมูลที่สำคัญสำหรับการเทรน AI ให้เข้าใจลักษณะการทำงานขององค์กร สามารถช่วยทำนายปัญหา แนะนำการตัดสินใจ และอัตโนมัติกระบวนการทำงานต่างๆ ได้

พวกเขาคาดการณ์ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า องค์กรที่มีระบบ DMS ที่ดีจะมีความได้เปรียบทางการแข่งขันมากกว่าองค์กรที่ยังคงใช้ระบบเก่า ถึง 500%

ระบบ DMS by eflow เราทำเทคโนโลยีเพื่อองค์กรไทย

เราเข้าใจว่าคนไทยมีวัฒนธรรมการทำงานที่แตกต่างจากชาวต่างชาติ เราชอบความสัมพันธ์ที่อบอุ่น การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และการให้ความสำคัญกับความรู้สึกของผู้อื่น

ระบบ DMS by eflow จึงถูกออกแบบมาให้เข้าใจวัฒนธรรมนี้ เราไม่ได้สร้างระบบที่เย็นชาและเป็นทางการ แต่สร้างระบบที่อบอุ่น เป็นมิตร และใช้งานง่าย เหมือนมีเพื่อนร่วมงานที่ใจดีคอยช่วยเหลือคุณทุกวัน

เวลาที่คุณเปิดระบบ DMS by eflow คุณจะรู้สึกเหมือนได้เข้าไปในพื้นที่ทำงานที่จัดระเบียบดี สะอาดตา และทุกอย่างอยู่ในที่ที่ควรอยู่ คุณไม่ต้องเรียนรู้คำสั่งที่ซับซ้อน ไม่ต้องจำขั้นตอนที่ยุ่งยาก เพราะทุกอย่างถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เมื่อคุณต้องการหาเอกสาร คุณแค่พิมพ์สิ่งที่คุณจำได้ อาจจะเป็นชื่อโปรเจกต์ ชื่อลูกค้า หรือแม้แต่คำที่อยู่ในเนื้อหาเอกสาร ระบบจะค้นหาและนำเสนอผลลัพธ์ให้คุณในรูปแบบที่เข้าใจง่าย มีรูปภาพย่อของเอกสาร มีข้อมูลสถานะ และมีข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

เมื่อคุณต้องส่งเอกสารให้ใครสักคน ระบบจะแนะนำว่าควรส่งให้ใครบ้าง ตามลำดับการอนุมัติที่เคยใช้ คุณไม่ต้องจำว่าใครต้องเซ็นก่อนหลัง เพราะระบบจำแทนคุณ และจะแจ้งเตือนอย่างสุภาพเมื่อถึงเวลาที่ควรติดตาม

เมื่อเกิดปัญหา ระบบจะไม่โยนข้อผิดพลาดที่คุณไม่เข้าใจมาให้ แต่จะอธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย และเสนอวิธีแก้ไขที่เป็นไปได้ เหมือนมีเพื่อนที่รู้ดีคอยให้คำแนะนำ

“ DMS by eflow ช่วยเปลี่ยนโลกแห่งเอกสารที่วุ่นวายและซับซ้อน ให้กลายเป็น ระบบดิจิทัลที่ใช้งานง่าย, รวดเร็ว และน่าเชื่อถือ ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานที่ต้องค้นหาและจัดการเอกสารทุกวัน, ผู้บริหารที่ต้องตัดสินใจบนข้อมูลที่ถูกต้องทันเวลา, หรือแม้แต่ลูกค้าที่ต้องการความโปร่งใสและความรวดเร็วในการรับบริการ ระบบ DMS จะช่วยให้ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความผิดพลาด ลดเวลาที่เสียไปกับเอกสารซ้ำซ้อน และสร้างความมั่นใจว่า ทุกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงาน โปรเจกต์ หรือการอนุมัติอยู่ครบถ้วน ถูกต้อง และสามารถเข้าถึงได้ทันทีจากทุกที่ ทุกอุปกรณ์

ด้วย DMS by eflow องค์กรของคุณจะสามารถ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีม, ยกระดับคุณภาพการตัดสินใจของผู้บริหาร, และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ได้อย่างแท้จริง ทำให้พนักงานมีเวลามาโฟกัสกับงานสร้างสรรค์และนวัตกรรม แทนที่จะเสียเวลาไปกับเอกสารที่ซ้ำซ้อนหรือตกหล่น และสร้างองค์กรที่ทำงานได้อย่างชาญฉลาด มีระบบ และพร้อมแข่งขันในยุคดิจิทัลอย่างเต็มที่ ”

จบทุกความวุ่นวายของงานเอกสารในที่เดียว

ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ทดลองใช้ฟรี 30 วัน ฟีเจอร์ครบไม่มีกั๊ก

  เริ่มต้นเพียง ฿ 6,500 /เดือน
  ซื้อไป ได้ใช้ทั้งองค์กร
 ทำเอกสารส่งเซ็นต์อนุมัติที่ไหนก็ได้
 ไม่ต้องไปเดินตามเอกสารให้ปวดหัว

eFLOW ยินดีให้คำแนะนำ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้เลยที่ [email protected]
เบอร์ 0901978521 หรือ LINE Official @SONEXT

Writer : Aditep Phumkasame

Digital and Performance Marketing. : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Aditep .P

ผมเชื่อว่าทุกการตัดสินใจที่จะใช้ Outsourcing ควรมีผู้เชี่ยวชาญอยู่ข้าง ๆ เพื่อช่วยลดภาระ ดูแลเรื่องที่ยุ่งยาก ให้คุณได้โฟกัสกับสิ่งที่สำคัญที่สุดขององค์กร